บทความสาระดีๆ จากเจ้าของร้านค้า weloveshopping.com ขายของออนไลน์

สี……..,มากกว่าที่เห็น

Posted by admin | 1 | Thursday 3 June 2010 3:16 pm
Tags

ดูรายละเอียด

จากร้าน LemmeMore อุปกรณ์เบเกอรี่

รวมรายชื่อร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือข่ายสยามกรีนโกลด์ค่ะ

Posted by admin | 1 | Thursday 3 June 2010 9:36 am
Tags

ภาคกลาง
บ้านสวนยายจิ๋วนาตาพูน
92 หมู่ 6 ต.เที่ยงแท้ อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท 17140
หรือโทรติดต่อ ยายจิ๋ว 085 536 4889

ภาคเหนือ

ภาคตะวันออก
ร้านรักสุขภาพ  (จำหน่ายปลีกและส่ง)
หน้า ม.ราชมงคลตะวันออก
ถ.บำราศนราดูร ต.พลวง อ.เขาคิชกูฏ จ. จันทบุรี

หรือโทรติดต่อ คุณยุ้ย 081 982 6857
ค่ะ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาคใต้

สยามกรีนโกลด์ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย มาช่วยกันเติมเต็มความเขียวกันเยอะๆ นะคะ
ลูกค้าของเรามีทั่วประเทศเลยค่ะ ตอนนี้ที่มาแรงก็คือ กรุงเทพฯ ปทุมธานี ชลบุรี ระยอง สระบุรี มุกดาหาร ตาก พิจิตร ที่ติดต่อสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ใครที่มีร้านค้าอยู่แล้วสนใจติดต่อเข้ามาได้เลยนะคะ เรามีจัดเป็นแพ็คเกจต้นทุนต่ำไว้ให้เลือกด้วยค่ะ เชิญคลิกดูได้เลยค่ะ

ดูรายละเอียด

จากร้าน Siam Green Gold

ขนมกลีบลำดวน จ้า

Posted by admin | 1 | Thursday 3 June 2010 9:13 am
Tags

*_* ขนมกลีบลำดวน >_<"


วัตถุดิบที่ต้องเตรียม


* แป้งสาลี 100 กรัม


* น้ำมันพืช 50 กรัม (หรือเนยขาว)


* น้ำตาลไอซิ่ง 80 กรัม


* สีผสมอาหาร (แล้วแต่ชอบ)


* เทียนอบ


ขั้นตอนการทำจ้า







1. ผสมแป้งสาลีกับน้ำตาลเข้าด้วยกัน นำไปร่อน 2 ครั้ง เสร็จแล้วใส่น้ำมันพืช (หรือเนยขาว) ลงไปผสม นวดจนส่วนผสมทั้งสามเข้ากันดี


2. ปั้นแป้งเป็นลูกกลมๆขนาดเท่าๆกัน ใช้มีดคมๆแบ่งแป้งเป็น 4 ส่วนเท่าๆกัน


3. จับวางเป็น 3 กลีบ ส่วนอีก 1 กลีบที่เหลือให้ปั้นเป็นลูกกลมๆวางตรงกลางกลีบทั้งสามเป็นเกสร ก็จะได้รูปทรงดอกไม้ ทำเช่นนี้จนแป้งหมด เรียงไว้ในถาด


4. นำแป้งไปอบที่อุณหภูมิประมาณ 300 องศาฟาเรนไฮต์ประมาณ 10 – 15 นาทีหรือจนสุก จะได้ขนมที่มีลักษณะผิวนวล กรอบ นำไปอบควันเทียนให้หอม ก็พร้อมรับประทานได้ทันที


หมายเหตุ : ถ้าต้องการกลีบหรือเกสรที่ต่างสีกัน ก็ให้แยกส่วนผสมแป้งในขั้นตอนที่หนึ่ง แล้วผสมสีตาม ที่ชอบขณะใส่น้ำมันพืชลงไปนวด ควรใช้สีโทนอ่อนจะน่ารับประทานมากกว่าสีเข้ม……


ดูรายละเอียด

จากร้าน วีเลิฟเบเกอรี่

*-*-*การติดตั้งขาทรายครับ*-*-*

Posted by admin | 1 | Thursday 3 June 2010 8:44 am
Tags

ขาทราย ติดตั้งได้กับปืนที่มีหูกวินนะครับเช่น CZ TOZ หรือสำหรับปืนที่ไม่มีหูกวินนี้
ซื้อมาใส่ก็ไม่ผิดกฎครับผม ยิ้มยิงฟัน
การติดตั้งง่ายมากครับ ไม่ถึง10 นาทีเสร็จ(ถ้าน้อตของเดิมไม่แน่นมากนะ)

ปืนตัวอย่างของคุณลูกค้าครับ เป็นปืน TOZ ครับ ซึ่งหูก็เหมือนกับCZนะครับ
อันดับแรก ถอดร่องขวางที่ติดปืนมา  (ตามลูกศรชี้)  ให้เหลือแต่ตอ พอครับ โดยใช้ไขควงปากแบน ดูให้ปากพอดีกับร่องน้อตนะครับ
ออกแรงขันดีๆระวัง วืด แล้วน้อตจะเสียนะครับผม



 


พอเหลือแต่ ตอ แล้ว เอาขาทราย มาแล้วจับด้านบน จะเห็น เป็นก้ามปูตามรูป(ตามลูกศรชี้)

 จับถ่างนิดๆ แล้วสอดให้เดือยเข้าไปในรู ของตอกวินทั้งสองด้านครับ




 


แล้วขันตัวด้านล่าง เพื่อให้ขาทรายเข้าไปดันกับ Stockปืนจนแน่นครับ ขั้นตอนนี้ ขันพอแน่นแล้ว ขันให้ตึงมืออีกนิดหน่อยก็พอครับ
ไม่ควรขันจนสุดแรงครับ เกลียวจะรูดได้ครับผม



 


เสร็จแล้วก็ลองปรับสูงต่ำ วางปืนแล้วปรับเอียงซ้ายขวา ล้อคแล้วแน่น ดีไหม
ถ้าทุกอย่าง OK ก็สิ้นครับผม


ไม่ยากเลยครับ  ยิ้มยิงฟัน



เวปโหลดเป้าปืนครับ โหลดแล้วปริ้นไปยิงเล่นกันครับ
 


http://www.glockfaq.com/content.aspx?ckey=Glock_FAQ_Targets


 





 


ดูรายละเอียด

จากร้าน ตั้มอ้อช้อป Dot & Scope

ท่านว .วชิรเมธี ตอบคำถาม ๒oข้อ จากหนังสือมหัศจรรย์ ๗หลักคิด จากว.วชิรเมธี

Posted by admin | 1 | Thursday 3 June 2010 7:59 am
Tags , , , , , , , ,


 
 
๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน?
ไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูก
ให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆ ด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ

 
๒. ไหว้พระขอพรอะไรดี?
(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
(๔) ขออย่าให้ตายในสงครามระหว่างคนไทยด้วยกันเอง

 
๓. ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี?
ปลาที่ยังเป็นอยู่ ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ
ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ
ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข

 
๔. ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน?
งานส่วนงาน แฟนส่วนแฟน
รู้จักแบ่งเวลาให้งาน รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน
อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน

 
๕. โกรธ! ถูกเพื่อนนินทา?
โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว
คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย
คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์
ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง

 
๖. จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี?
(๑) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง
(๒) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน
(๓) ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ
ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา

 
๗. โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร?
เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น
แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้

 
๘. งานเยอะมากทำอย่างไรดี?
(๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
(๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
(๓) เรียงลำดับความสำคัญของงาน
สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ

 
๙. ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร?
โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม
คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี
คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้
เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา
ยังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา

 
๑๐. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี?
(๑) หางานใหม่
(๒) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก
(๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ
(๔) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอด
จ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่

 
๑๑. ถูกนายด่า อารมณ์เสีย?
คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง
คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า
แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย

 
๑๒. ไถ่ชีวิตโคได้บุญมากไหม?
ถ้าไถ่แล้วโคอยู่รอด คุณได้บุญ
แต่หากไถ่เพื่อทำให้วัดอยู่รอด คุณได้บาป
แทนที่จะไถ่โคกระบือ
คุณควรไถ่ตัวเองให้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง ดีกว่า

 
๑๓. แฟนติดหนังเกาหลี ดูทั้งคืนไม่ยอมนอน?
ขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน
ถึงเธอจะติดหนังเกาหลี ก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน

 
๑๔. ลูกค้าจู้จี้ทำอย่างไรดี?
มีลูกค้าจู้จี้ยังดีกว่าวันทั้งวันไม่มีใครแวะเวียน
ผ่านมาเยี่ยมเยียนถึงในร้าน
ลูกค้าจู้จี้ได้ แต่คุณต้องทำให้เขาประทับใจเอาไว้เสมอ

 
๑๕. ไปงานวันเกิดควรได้อะไร?
(๑) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร
(๒) ได้ถามตัวเอ??ว่า เราเกิดมาจากใคร
(๓) ได้ถามตัวเองว่า เรากตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดแล้วหรือยัง

 
๖. สวดมนต์บทไหนดี?
(๑) สวดพุทธคุณเพื่อเตือนว่า จงเป็นผู้ตื่น
(๒) สวดธรรมคุณเพื่อเตือนว่า
จงเว้นสิ่งที่ควรเว้น จงทำสิ่งที่ควรทำ
(๓) สวดสังฆคุณเพื่อเตือนว่า พระอรหันต์ที่แท้
คือพ่อกับแม่ที่อยู่ในบ้านของเรานั่นเอง



๑๗. สามีไม่สนใจธรรมะเลยทำอย่างไรดี?
(๑) เราควรมีธรรมะให้เขาดู
(๒) เราควรอยู่ให้เขาเห็น
(๓) เราควรสงบเย็นให้เขาได้สัมผัส
เนื่องเพราะ หนึ่งการกระทำสำคัญกว่าพันคำพูด

 
๑๘. โดนขับรถปาดหน้า โมโหมาก?
(๑) บอกตัวเองว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ด่าคือมาร ระรานคือบาป
(๒) เปลี่ยนการด่าเป็นการแผ่เมตตาให้เขาถึงที่หมายโดยปลอดภัย
(๓) เตือนตนไว้ว่า อย่าขับรถปาดหน้าใคร เพราะอาจมีอันตรายรอบด้าน

 
๑๙. อยู่ในกลุ่มเพื่อนชอบนินทาจะตีจากดีไหม?
ท่านพุทธทาสกล่าวว่า คนชอบนินทาคือคนที่ชอบกินของเน่า
ถ้าเราร่วมผสมโรงไปกับเขา แสดงว่าเราเองก็ชอบกินของเน่าไม่เบาเหมือนกัน

 
๒๐. ทำไมมักเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจอยู่เสมอ?
ผู้รู้บอกว่า ศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะ กองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์
ดังนั้น ในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบอย่างแน่นอน
มองอย่างพินิจจะพบว่า ในดีมีเสีย ในเสียมีดี

ดูรายละเอียด

จากร้าน ฮวงจุ้ย ดอทคอม:081-812-6297

ระวัง!!!!….พุงมันกำลังจะมา….ด้วยความปรารถดี‏…

Posted by admin | 1 | Thursday 3 June 2010 12:22 am
Tags ,

สาเหตุของการมีพุง อาจมิใช่เพราะไขมัน



เคย เป็นบ้างไหมว่า แม้เราจะลดน้ำหนักสักแค่ไหน


หน้าท้องของเราก็ยังป่องไม่เรียบตึงเช้งกะเด๊ะซะที


คุณควรรู้ไว้ว่า สาเหตุของพุงป่องไม่ใช่จากการรับประท านเพียงอย่างเดียว


และคนพุงป่องก็ไม่ได้แปลว่าอ้วนด้วย แต่อาจเป็นเพียงอาการบวมน้ำเท่านั้น


ลองเรียนรู้สักนิดเพื่อหาทางกำจัดพุงป่องๆ แบบถาวรกันดีกว่า

1. การแพ้อาหาร


บางครั้งอาการท้องบวมอาจเกิดจากอาการระคายเคืองหรือก ารติดเชื้อของระบบย่อยอาหารในช่องท้อง หรืออาจรวมถึงการรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้บวมน้ำแล ะยังรวมไปถึงการมีรอบเดือนด้วย แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าหน้าท้องของคุณบวมขึ้นผิดปกติหลัง ทานอ าหารบางชนิด ให้สันนิษฐานได้ว่าคุณน่าจะมีอาการแพ้อาหารเข้าให้แล ้ว จากสถิติพบว่าอาหารจำพวกแป้งและนมมีโอกาสทำให้เกิดอา การแพ้และบวมมากที่สุด

2.อาหารลดน้ำหนัก


คนที่ชอบหวังพึ่งอาหารลดน้ำหนักจำพวกโลว์-แฟ้ต หรือแฟ้ต-ฟรีมักจะมีปัญหาพุงป่อง เนื่องจากคุณจะคิดว่ามันเป็นอาหารแคลอรี่ต่ำ จึงสามารถกินมากกว่าปกติ อาหารพวกนี้อาจมีพลังงานน้อยกว่าปกติ แต่มันก็ไม่ได้น้อยขนาดนั้น ทางที่ดีหันมารับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้นจะดีกว่า รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีเอนไซม์ช่วยย่อย อาทิ น้ำมะนาว น้ำส้มสายชูสกัดจากแอ๊ปเปิ้ล หรือผักสดต่างๆ

3.กินช้าๆ แต่บ่อยๆ


เลิ กนิสัยรีบกินรีบไปซะที ค่อยๆ เคี้ยวอาหารช้า ๆ เพื่อให้ประสาทรับรู้ของเ ราค่อยๆ รู้สึกอิ่ม และในแต่ละมื้ออย่ากินให้เยอะจนอิ่มแน่นท้อง คุณควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อย่อย ๆ แต่อย่ากินขนมจุบจิบจำพวกขนมนมเนยต่าง ๆ เลือกกินผลไม้หรือธัญพืช เมื่อหิวระหว่างมื้อจะดีกว่า

4.ขจัดสารพิษ


แอลกอฮอล์ คาเฟอีน และนิโคตินในบุหรี่มีผลร้ายต่อระบบเผาผลาญอาหารของร่ างกาย ส่งผลให้ร่างกายบวมน้ำและยังก่อให้เกิดเซลลูไลท์อีกด ้วย ดังนั้นเมื่อรู้เหตุดังนี้แล้วก็แค่ลดละเลิกการดื่มเ ครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีนต่าง ๆ และเลิกสูบบุหรี่ไปซะด้วยเลยในเวลาเดียวกัน

5.หัดกินสักนิด


ในกระเพาะของเราจะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เพื่อช่วยในกา รย่อย อาหาร แต่บางครั้งแบคทีเรียเหล่านี้ก็อาจถูกกำจัดไปจากสภาว ะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยหรือการรับประทานอาหารบางชนิ ด แนะนำให้คุณรับประทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติเป็นประจำเพื ่อปรับสมดุลแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นประโยชน์ จะช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นและช่วยให้หน ้าท้องของคุณบวมน้อยลงด้วย

6.ดื่มน้ำให้มาก


น้ำเป็นเสมือนขุมทรัพย์แห่งความงามจริงๆ รวมไปถึงอาการบวมน้ำนี้ด้วยคุณควรดื่มน้ำให้ได้อย่าง ต่ำ 8 แก้วต่อวัน แต่วิธีการดื่มนั้นอย่าดื่มหมดแก้วในคราวเดียวควรจิบ น้ำบ่อยๆ เรื่อยๆ เพราะการที่คุณดื่มน้ำแก้วใหญ่ในคราวเดียว จะทำให้กระเพาะปัสสาวะของคุณขยายใหญ่ ถ้าจะให้ดีลองเลือกดื่มขาสมุนไพร อาทิ ชาเป็ปเปอร์มินต์ หรือชาคาโมไมล์แทนน้ำเปล่า โดยเฉพาะการดื่มในช่วงหลังอาหาร จะช่วยให้อาหารที่คุณรับประทานเข้าไป ย่อยได้ดีขึ้นด้วย

7. บริหารกล้ามเนื้อหัวใจ


ผู้หญิงหลายคนเชื่อว่าการซิตอัพทุกวันจะช่วยให้หน้าท ้องแบนเรียบแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย แม้ว่าการซิตอัพจะช่วยสร้างกล้ามท้อง แต่ถ้าร่างกายของคุณนั้นยังปกคลุมด้วยชั้นไขมันแล้วล ่ะก็ หน้าท้องเรียบตึงก็จะไม่มีวันโผล่มาให้เห็นหรอก ดังนั้นจึงจำเป็นที่คุณจะต้องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เป็นประจำอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน อย่างต่ำ 3 วันต่อสัปดาห์เพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมันออกไป ผนวกกับการซิตอัพ คราวนี้แหละสวยตึงแน่นอน

8. หายใจลึกๆ


เมื่อคุณหายใจเข้าออกแบบลึกๆ จะช่วยให้ร่างกายจะคลายความตึงเครียดออกมา รวมทั้งยังช่วยในการเติมอ็อกชิเจนและพลังชีวิตให้ร่า งกายด้วย ทุกครั้งที่คุณหายใจให้พยายามหายใจให้ลึกเข้าไปยังท้ อง อย่าหยุดเพียงแค่ เก็บลมไว้ในช่องอกการหายใจเข้าออกจา กท้องเป็นนิสัยจะช่วยกระชับให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็ งแรงมากยิ่งขึ้น

9. นวดกระชับหน้าท้อง


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการนวด ช่วยได้ จริงๆ เนื่องจากการนวดท้องนั้น ช่วยไล่ลมที่กักเก็บไว้ในช่องท้องได้ และช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นด้วย ณ วิธีการนวดก็ไม่ยาก เพียงวางฝ่ามือลงบนท้องแล้วนวดวนตามเข็มนาฬิกา ถ้าอยากเห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น คุณอาจใช้ครีมจำพวกกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องร่วมด้วย ก็ได้


ดูรายละเอียด

จากร้าน O^๐~OZONE~สาวใสวิ้ง~วิ้ง+_*+_*

วิธีกด น้ำกินที่ 7-11 ^^

Posted by admin | 1 | Wednesday 2 June 2010 11:24 pm
Tags ,

มา ………. ไม่เสียเวลา มาเริ่มกันเลยยย …. >>



ขั้นที่ 1. หยิบแก้วขึ้นมา แก้ว ทั้งหมดมี 3 ขนาด S=10บาท M=17บาท L=20บาท
(
มือใหม่แก้วกลาง 17 บาทคับ ถ้าเซียน แก้วเล็กสุดคับ )





ขั้นที่ 2. กดจน ปริ่มๆ ขอบแก้วสเลอปี้ให้ สังเกตุจะสูงกว่า แก้วเล็กน้อย





ขั้นที่ 3. ตอก สเลอปี้ แถวๆนั้นคับ
แนะนำนิดหน่อยสำหรับ อย่าตอกนานจนแน่น เอาแค่พอดี ความจริง มันดูคุ้มแต่มันจะอัด

แล้วกลายเป็นน้ำและขัง ข้างใต้สเลอปี้ อาจทำให้ล้มได้ในระยะ สูง





ขั้นที่ 4. เรียนรู้จักการบิดเครื่องกด ว่าบิดขนาด นี้จะมาเร็วหรือช้า เรื่องนี้ต้องฝึกบ่อยๆ คับ
เมื่อกดได้ 1ก้อนแล้ว เป่าไล่อากาศ คับ ให้รูพรุนๆ ของอากาศ ออกไป

และน้ำแข็งเกราะตัวทำให้โครงสร้างฐานแข็งแรงขึ้น





ขั้นที่ 5. เราต้องแน่ใจว่าขั้นที่4ของเราแน่แล้ว เราจึงกดขั้นที่5เป็นก้อนอีก1ก้อน
ระวังในเรื่อง บาลานซ์ ชิ่งด้วยนะคับ ให้เกาะกันอยู่ตรงกลาง







ขั้นที่ 6. แล้วก็ทำเหมือนขั้นที่ 5. นั่นแหละคับ กดไปเรื่อยๆจนกว่าจะหน๋ำ
ถ้าไจไม่ กี้ ….. (ใจไม่ด้านพอคับ) ข้อสังเกตุ แล้วถ้ามันไม่ได้รูปล่ะ ….

ลิ้นของเราไงคับ เลียลบเหลี่ยม , เลียให้สวย , เลียให้สมดุล





นี่คือขั้นที่ 6. เอาล่ะคับ สอนจนครบหลักสูตรแล้ว

ก็ลองทำกันได้ตาม7-11 ทั่วประเทศ ศ ศ ศ ศ ศ ศ ….




ดูรายละเอียด

จากร้าน O^๐~OZONE~สาวใสวิ้ง~วิ้ง+_*+_*

เคล็ดลับจากญี่ปุ่น‏….

Posted by admin | 1 | Wednesday 2 June 2010 11:13 pm
Tags ,

วิธีแกะป้ายสติกเกอร์




เคยมีปัญหากับขวดหรือแก้วใบใหม่ที่ซื้อมาแล้วมีป้ายติดราคา
ที่สติกเกอร์ป้ายราคาติดแน่นแกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออกใบนั้นหรือปล่าวคะ..
**************************


..ถ้าอยากจะแกะเจ้าป้ายสติกเกอร์ที่ติดแน่นอันนั้นออกอย่างง่าย ดายละก็..
เรามีวิธีทำให้แกะออกมาแบบง่าย ๆนิดเดียวค่ะ..แล้วไม่ทำให้หัวเสีย เปลืองเวลาอีกด้วย..

เขาทดสอบกันมาอย่างดีแล้วว่า “ครีมทามือ (จะเป็นยี่ห้ออะไรก็ได้) นำครีมทามือ
มาทาที่ป้ายติดราคาหรือสติกเกอร์ที่เราอยากจะแกะออก..
ทาให้ทั่ว ๆ แล้วถ้าใช้มือทาถูกดหรือขูด ให้แรง ๆ หน่อยก็จะดีมากค่ะ

..แล้วดูสิค่ะ..แค่นี้ก็สามารถจะดึงและลอกป้ายสติกเกอร์ออกมาได้อย่างง่ายดาย ..
แต่ถ้ายังคงมีเหลือติดอยู่อีกบางส่วน..ก็ให้เอาเล็บมือสะกิดออกเบา ๆ ก็จะหลุดออก จนหมดค่ะ

แล้วก็ขั้นสุดท้ายค่ะ..เมื่อลอกสติดเกอร์ออกหมดแล้ว…ก็ให้เอากระดาษทิชชู่ เช็ดครีมที่ทาไว้ให้สะอาด..ค่ะ
เป็นเสร็จพิธี..เห็นไหมคะ..สะอาดหมดจด และไม่มีเศษกาวจากสติกเกอร์ติดให้เหนียวมือตรงไหนเลย..









วิธีที่ 2 โดยใช้ครีมที่ใช้ทามือเหมือนกัน


วิธีการทำสติกเกอร์ให้ลอกออกแบบง่าย ๆ ติดก็ง่าย(วิธีที่ 2) แล้วยังแถมใช้งานได้หลายครั้งหลายหนอีกด้วยเหมือนกันค่ะ
1….ผู้ที่ชอบเก็บสะสมสติกเกอร์ทุกท่านนั้นคงจะต้องชอบวิธีนี้อย่างแน่นอนเลย…
เพราะว่า พวกสติกเกอร์ที่เราหามาอย่างยากเย็นทุกอันนั้น บางอันก็ให้ความทรงจำที่ดี ๆ เป็นที่ระลึก ของเรานะคะ
ดังนั้นจึงอยากเก็บเอาไว้ใช้ให้นาน ๆ แต่มันก็มาเสียอยู่ตรงที่ว่า เมื่อแปะติด ไปที่สมุดแล้วก็จบไปเลย
ครั้งนั้นคือลอกออกมาใช้ไม่ได้อีกแล้วตลอดกาล… บางทีก็อยากจะ นำมาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนนั้นก็หมดหวังจริง ๆนะคะ
น่าเสียดายและก็น่าโมโหอีกต่างหากด้วย เคล็ดลับอันที่จะนำมาเสนอแนะนี้คงจะช่วยแก้ปัญหาอันนั้นได้นะคะ !!
แล้ววิธีนี้ยังสามารถที่จะช่วยพวกคุณแม่ ๆทั้งหลายที่มีพวกคุณลูก ๆ ที่พวกเธอหละก็ชอบที่จะ
นำสติกเกอร์ที่แกะลอกอย่างยากเย็นพวกนี้นั้นไปแปะไว้ตามตู้เสื้อผ้าหรือตามตู้เย็นนะคะ

เคล็ดลับของ ๆที่จะนำมาใช้ในวิธีก็คือครีมที่ใช้ทามือค่ะ
หนทางแก้ใขปัญหานั้นมันอยู่ตรงตอนต้นก่อนที่จะนำมาใช้แค่นั้นเองแหละค่ะ

คือว่าก่อนที่จะนำสติกเกอร์อันนั้นมาแปะลงไปที่สมุด ,ตู้เสื้อผ้าหรือตามตู้เย็นนั้นให้นำครีมที่ใช้ทามือ
มาทาไปตรงที่ด้านหลังของสติกเกอร์เสียก่อนเท่านั้นเอง ก็จะหมด ปัญหาทันที !!
 
แล้วทีนี้เราก็มาทำการพิสูจน์กันดูดีกว่านะคะ
ขั้นแรกเราได้นำสติกเกอร์ที่ทาครีมด้านหลังกับสติกเกอร์ที่ไม่ได้ทำอะไรมาแปะไปที่สมุด
ผลออกมาว่าสติกเกอร์ที่เราทาครีมลงไปที่ด้านหลังนั้นลอกออกมาได้อย่าง ง่ายดายไม่มีปัญหาว่าฉีกขาดตรงไหนเลยด้วย
แล้วยังแถมอีกด้วยว่าเมื่อนำสติกเกอร์ที่ลอกออกมาจากสมุดเมื่อสักครู่นี้ไปติดอีกที่หนึ่งก็ติดลงไปได้อย่างง่ายดาย

เหมือนของไหม่ ๆ เลยคือกาวด้านหลังก็ยัง คงอยู่ในสภาพใหม่เหมือนเดิมและไม่เสื่อมสภาพลงไปสักนิดเดียว

….ทางเราได้ทำการพิสูจน์ว่าสติกเกอร์ที่นำมาทาครีมลงไปด้านหลังนั้นจะใช้การได้นาน เท่าไหร่?
ด้วยการแปะและลอกออกจากสมุดถึง 100ครั้ง ผลปรากฏว่าก็ยังใช้ได้อยู่อย่างเดิม ไม่มีปัญหากาวด้านหลังจะเสื่อมสภาพแต่อย่างใด…

….การที่ทาครีมที่ใช้ทามือลงไปนั้นแล้วทำให้แปะลงไปและลอกออกมาได้แบบง่าย ๆ นั้นเป็นผลมาจาก
ที่ว่า ตัวสารน้ำมันที่อยู่ในครีมทามือนั้นจะซึมเข้าไปผสมผสานกับกาวที่ติดอยู่ที่ด้านหลังของ สติกเกอร์อย่างสมดุล
และคล้องจองกันอย่างน่าทึ่งที่สุดนั่นเอง น้ำมันในครีมที่ใช้ทามือจะเข้าไปผสมผสานกับกาวของสติกเกอร์
และกลายเป็นแป้งที่มีคุณสมบัติแกะและลอกและใช้ได้นานหลายครั้งอย่างที่เห็นนั้นแหละค่ะ

ข้อควรระวัง… สติกเกอร์ที่นำมาทาครีมที่ใช้ทามือลงไปนี้มีผลที่แน่นอนหลังจากที่สำรวจมาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า
สามารถใช้งานได้นานถึง 20 ครั้งเป็นอย่างน้อยโดยไม่ต้องวิตกกังวล ใด ๆ ทั้งสิ้น….ข้อที่ควรระวังก็มีอยู่เหมือนกันค่ะคือว่า…
เคล็ดลับวิธีนี้เมื่อใช้แปะลงไป โดยไม่แกะลอกออกมาเลยภายในเวลา 4วัน น้ำมันที่ใช้ทามือนั้นบางครั้งก็อาจจะ
ระเหยหายไปได้เหมือนกันเพราะในน้ำมันทามือในแต่ละยี่ห้อนั้นมีน้ำมันน้อยน้ำมัน มากอันนี้ขึ้นอยู่กับเจ้าของสูตรเขา…
ถ้าเกิดน้ำมันของครีมทามือระเหยออกไปบางครั้งก็ อาจจะมีผลให้แกะลอกออกมายากขึ้นเฉย ๆ ก็มีเป็นบางกรณีเหมือนกันค่ะ…
ดังนั้นจึง อยากที่จะให้คอยระวังนิดหน่อยอย่างเช่นสติกเกอร์ที่เรานำมาทำเคล็ดลับอันนี้
แล้วนำไปใช้กับสติกเกอร์ที่ติดกับวีดีโอของโทรทัศน์นั้นก็เหมือนกันถ้ามีปัญหาก็ให้นำกลับมา
ทาครีมที่ใช้ทามือลงไปอีกครั้ง…ก็สามารถที่จะช่วยได้ค่ะ….







วิธีทำส้มที่มีรสเปรี้ยวให้หวาน

ถ้าเกิดไปซื้อส้มมาแล้วเกิดเป็นส้มเปรี้ยวเข้าหล่ะ !! **วิธีที่จะบอกนี้สามารถทำให้ส้มเปรี้ยวนั้นมีรส หวานขึ้นมาได้ค่ะ..
************************
ส้มเป็นผลไม้ที่มีวิตามิน c มากใช่ไหม?..ส้มเปรี้ยว บางคนก็อาจชอบ แต่ถ้าเกิดไม่ชอบขึ้นมาหละก็..

เชิญทำส้มเปรี้ยวให้หวานขึ้นมาเองด้วยวิธีนี้ดูสิคะ..


วิธีทำก็มีอยู่ว่า….ให้เอาไปแช่ในอ่างอาบน้ำที่มีอุณภูม 40 องศา..แช่ไว้ประมาณ 10 นาทีเป็นใช้ได้แล้ว
อะไรจะอย่างนั้น..ส้มเปรี้ยวก็จะหวานขึ้นมาอย่างน่า อัศจรรย์จริง ๆ นิดหนึ่งค่ะ..คือส้มที่แช่อยู่ในน้ำร้อนนั้น
เวลานำขึ้นมาจะยังอุ่นอยู่ ให้วางไว้ให้เย็นก่อนนะคะหรือ จะเอาไปใส่ไว้ในตู้เย็นให้เย็นก่อนค่ะ

ทำไม, เมื่อแช่ในน้ำร้อน 40 องศาแค่ 10 นาที รสจึงเปลี่ยนเป็น หวานขึ้นมาได้???
การทดสอบ..ให้นำส้มลูกเปรี้ยวลูกนั้น มาผ่าแบ่งออกเป็น สองซีก..เอาซีกแรกวางไว้ต่างหาก..
แล้วเอาซีกที่สองไปแช่ในน้ำร้อน 40 องศา ซีกที่แช่ในน้ำร้อนรสจะเปลี่ยนเป็นหวานอย่างประหลาด ..จริง ๆ
แล้ว..ส้มไม่ได้เปลี่ยนรสไปหรอกค่ะ..เพียงแต่ความเปรี้ยว โดนทำลายออกไปเท่านั้น…

เพราะเมื่อนำส้มทั้งสองซีกที่ทดลองนั้นมาวัดระดับความหวานเปรี้ยว แล้วจะมีระดับเท่ากันหมด..
แต่ที่หวานขึ้นมานั้นเพราะเมื่อนำไปแช่ในน้ำร้อน นั้นความร้อนจะใช้อุณภูมนั้นทำลายความเปรี้ยวที่มีผสมปนกับความหวานนั้น
จนหมดความเปรี้ยวค่ะ… ส้มจึงหวานขึ้น ข้อระวังน้ำร้อน40องศา นั้นไม่ใช่น้ำเดือดนะคะ บางคนอาจจะเข้าใจผิด..
เดี๋ยวเอาส้มไปต้มในน้ำเดือด ..ส้มจะกลายเป็นส้มต้มไปค่ะ..
เขาบอกว่าน้ำในอ่างอาบน้ำความร้อน 40 องศา ดีที่สุด..ถ้าไม่มีอ่างน้ำก็ต้มน้ำให้เดือด..
แล้ววางพักไว้สักครู่หนึ่งกะว่าสักประมาณ 40องศาค่ะ..ถ้าไม่มีองศาวัดก็ลองใช้มือแตะ ๆดูมือจุ่มลงไปได้ก็กำลังดีค่ะ





วิธีเป่าผมที่เปียกน้ำให้แห้งเร็วกว่าปกติ

วิธีเช็ดเส้นผมที่สระมาใหม่ ๆ ให้แห้งไว ๆ:- ใช้เวลาน้อยที่สุด…
เป่าผมที่เปียกน้ำให้แห้งไว ๆ ด้วยผ้าขนหนูที่แห้งนั้นสามารถอมน้ำได้เป็นอย่างดี
และตามที่เคล็ดลับ วิธีนี้ของเราได้บอกให้ใช้ผ้าขนหนูแห้งอีกผืนวางลงไปบนเส้นผมที่เปียกน้ำ อีกครั้ง
แล้วค่อยให้ใช้ไดร์เป่าผม เป่าลงไปนั้น…ด้วยผ้าขนหนูจะช่วยซับน้ำ ขึ้นมาไว้ที่ตัวผ้า
และไอความร้อนจากไดร์เป่าผมที่อังไปบนตัวผ้านั้นจะช่วยเร่งให้ น้ำที่ซับขึ้นมาอยู่บนผ้านั้นระเหยออกไปได้เร็วกว่าปกติอีกด้วย
จึงมีสามารถที่จะ ทำให้ผมที่เปียกน้ำนั้นแห้งเร็วกว่าปกตินั่นเองค่ะ…
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเส้นผมจึงไม่ เสียนั้น ก็เป็นด้วยเพราะว่า…..
ไอความร้อนจากไดร์เป่าผม นั้นไม่ผ่านไปถึงตัวเส้นผมแต่โดยตรง
จึงไม่สามารถทำให้เส้นผมเสียแห้งกรอบได้เลยสักนิดว่าอย่างนั้น

… …มีข้อควรระวังนิดหน่อยก็ตรงที่ว่าเวลาเป่าไดร์ไปบนผ้าขนหนูแล้วจำเป็นที่จะต้องใช้มือคอยขยี้ไปบนผ้าขนหนูให้ทั่วด้วยนั้น
ถ้าไดร์มีความร้อนมากเกินไป อาจเกิดอันตรายได้ ก็ให้ปรับระดับความร้อนให้ต่ำหน่อยก็ดีค่ะ….




ระงับการจามเมื่อเวลาที่ไม่อยากจะให้จามได้ด้วยนิ้วมือของเราเองก็ได้

การที่คนเราเกิดอาการจามขึ้นมานั้นก็เป็นด้วยว่า ได้มีพวกเศษขี้ฝุ่นหรือขี้ผงเล็ก ๆ
ซึ่งเป็นเสมือนสิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายของเราไม่ต้องการได้เกิดหลงเข้าไปอยู่ข้างในรูจมูกของเรามากเกินไป
หรือจะเรียกอีกอย่างให้ง่าย ขึ้นก็ว่าเกิดมีขนาดมากเกินโคต้าอะไรทำนองนั้น…
และทีนี้เมื่อเป็นเช่นนั้น มันสมองของเราตอนนั้นก็จะออกคำสั่งไปที่เส้นประสาท

ที่จมูกให้ทำอาการที่เรียกว่าจาม…นั้นออกมา เพื่อหมายที่จะไล่หรือล้างเศษขี้ฝุ่นหรือ ขี้ผงเล็ก ๆ เหล่านั้นให้กับเรานั่นเอง….
และเส้นประสาทตรงจมูกของเรานี้ก็จะมีความยาวมาจนถึงตรง ขอบปากของเรานั่นเลยทีเดียว

ตรงนี้ที่เราบอกให้ใช้นิ้วสองนิ้ว ยกขึ้นไปสัมผัสตรงจุดที่อยู่ติดปรือใต้จมูกอย่างกระทันหันนั้น…
จึงเป็นผลที่จะทำ ให้มันสมองซึ่งกำลังจะออกคำสั่งหรือบงการอยู่ว่าจงจามออกมา และด้วย แรงกระทบอย่างกระทันหันนี้นี่เอง…
มันสมองจึงเกิดการลังเลและสั่งให้ยกเลิก การจามครั้งนั้นเสียในทันที ว่ามาอย


ดูรายละเอียด

จากร้าน O^๐~OZONE~สาวใสวิ้ง~วิ้ง+_*+_*

5 เคล็ดลับสร้างSMEเติบโตอย่างยั่งยืน

Posted by admin | 1 | Wednesday 2 June 2010 8:59 pm
Tags
5 เคล็ดลับสร้างSMEเติบโตอย่างยั่งยืน

      การจะพัฒนาให้ธุรกิจ SME  เติบโตนั้น จรรจารีย์ ธรรมา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฌี (ไทยแลนด์) จำกัด ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดแบบครบวงจร และในฐานะกรรมการบริหาร สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย บอกว่าจำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้การตลาดเป็นเรือธงนำทาง ด้วยการยึดแนวทาง 5 กลยุทธ์ เพื่อสร้างให้ SME เติบโตอย่างมั่นคง
    
1. การสร้างจุดยืนหลักของสินค้า (Product Positioning)
      การวางจุดยืนหลักของสินค้านี้ช่วยกำหนดตัวตน ของสินค้าและกาตลาดให้ชัดเจนโปร่งใส ทั้งกับตัวเจ้าของ SME เองและให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า คุณคือใคร และจะขายอะไรให้กับลูกค้า

2. การสร้างการรับรู้ (Brand Awareness Building)
      ผู้ประกอบการ SME ต้องตะโกนให้ดังที่สุดให้ไปถึงหูกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผ่านสื่อโฆษณาทางด้านโทรทัศท์หรือวิทยุ ที่ต้องใช้ต้นทุนสูง หรือจะเป็นการใช้กลยุทธ์ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างไม่แพงมาก เช่น สื่ออินเตอร์เน็ต การทำประชาสัมพันธ์แอบแฝงไปในเนื้อข่าว หรือการเจาะเลือกใช้สื่อผ่านคนบางกลุ่มที่คนอื่นไม่เคยใช้ ฯลฯ

3. การสร้างการทดลอง (Trial)
    ใช้สินค้าในกลุ่มเป้าหมาย (Target Consumer) กระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย ใช้วิธีแจกผลิตภัณฑ์ฟรี แต่ผู้ประกอบการ SME อาจทำตามไม่ได้จึงต้องคิดทำกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการอยากลอง โดยที่ลูกค้าต้องควักกระเป๋าน้ิอยที่สุด เพราะเขายังไม่เคยเชื่อมั่นในตัวสินค้าของเรา เช่น ทำขนาดสินค้าให้เล็กลงมากๆ เพื่อให้ลองสัก 1 ครั้งในราคาน้อยๆก่อน

4. การนำสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคให้กว้างขวางตามร้านค้าที่เหมาะสมที่สุด (Product Distribution)
      มีหลายช่องทางด้วยกัน คือ ห้างสรรพสินค้า (Modern Trade)แต่ต้องเสียค่าแรกเข้า (Listing Fee) หรือการกระจายสินค้าในรูปแบบการขายตรง การเข้าร้านโชห่วย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SME ต้องทบทวนโอกาสทางการขายแต่ละผลิตภัณฑ์ และคู่แข่งด้วย ถ้าคิดว่าช่องทางไหนคุ้มก็เลือกช่องทางนั้น

5. การศึกษาติดตามวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Analysis & Monotoring)
      การทำตลาดของ SME ต้องกลับมามองหลังบ่อยๆ ให้ดูที่ยอดขายต่อร้านค้าแต่ละจุด แต่ละจังหวัด ความคิดเห็นต่างๆของผู้เกี่ยวข้อง เช่น จากลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์ ต่อหีบห่อที่บรรจุ หรือต่อการขนส่งของผลิตภัณฑ์ นั้นๆ รวบรวมแล้วหาบทสรุปให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป อีกทั้งยั้งควรเก็บข้อมูลเดิมไว้เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณที่มา นิตยสาร SME Thailand
ดูรายละเอียด

จากร้าน Buy It Then

เทคนิคการแต่งหน้าให้ดูอ่อนกว่าวัย

Posted by admin | 1 | Wednesday 2 June 2010 3:18 pm
Tags ,

 เทคนิคการแต่งหน้าให้ดูอ่อนกว่าวัย


        ขึ้นชื่อว่าแต่งหน้า ไม่ว่าใครก็คงมีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นคือให้ตัวเองดูสวย
        น่ารักน่ามองใช่มั้ยละคะ
แต่ถ้าเกิดเราแต่งพลาด กลายเป็นป้าขึ้นมา
        ก็พาลจะเสียเซลฟ์เอาง่ายๆ อย่ากระนั้นเลย มาใช้เทคนิคการแต่งหน้าที่จะ
        ทำให้ดูอ่อนกว่าวัยกันดีกว่าค่ะ



  • ยกหางตาด้วยการเปลี่ยนทรงคิ้ว วิธีนี้สามารถทำเองก็ได้ หรือจะให้ช่างแต่งหน้า
    ช่วยกันคิ้วอีกแรง ก็ไม่ผิดกติกา คิ้วในลักษณะนี้จะโก่งที่หางตาเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย
    จะทำให้ใบหน้าคุณดูเฉี่ยวขึ้น


  • ใช้อายแชโดว์ชนิดฝุ่งเขียนคิ้วแทนดินสอที่เคยใช้อยู่ เพื่อให้คิ้วนุ่มนวลดูเป็นธรรมชาติ
    มากขึ้น และอาจปรับเฉดสีคิ้วให้อ่อนลงซัก 1-2 เฉด จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนหวานขึ้น
    ใช้คอนซีลเลอร์อำพรางจุดบกพร่องและริ้วรอย เลือกชนิดเนื้อครีมที่มีสีพื้นฐานเป็น
    สีพีชหรือสีเหลือง เพื่อขจัดปัญหาวงคล้ำเขียวหรือม่วงใต้ขอบตา หลีกเลี่ยง
    คอนซีลเลอร์ที่อ่อนกว่าสีผิวจริง เพราะอาจทำเกิดรอยด่างได้


  • ปัดแป้งทับรองพื้นอย่างเบาบางที่สุด เพื่อไม่ให้เนื้อแป้งลงไปฝังตามร่องผิว
    เผยให้เห็นรอยมากกว่าเดิม


  • ใช้บลัชออนชนิดครีมแทนฝุ่น เพื่อให้ดูเนียนเป็นธรรมชาติ และไม่ให้เนื้อฝุ่นลงไป
    ฝังตามร่องเช่นเดียวกัน


  • เลือกทาปากด้วยเฉดสีอ่อน และเพื่อให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม ให้แตะลิปกลอสสีอ่อนใส
    ตรงกึ่งกลางริมฝีปากล่าง


  • เลือกใช้รองพื้นที่อุดมไปด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ และในเวลาที่ไม่ได้ทารองพื้น
    อย่าลืมทาครีมบำรุงที่ช่วยเติมความชุ่มชื่น และความสดใสให้กับผิวพรรณด้วย
    พยายามใช้รองพื้นในปริมาณที่น้อย และเฉพาะบริเวณที่ต้องการปกปิดเท่านั้น
    และอย่าทาบริเวณที่มีริ้วรอย


        เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ นอกจากจะทำให้ใบหน้าของคุณ
        ดูโดดเด่นมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ยังทำให้ดูอ่อนวัยกว่าเดิมอีกด้วย
        ทีนี้ก็สวยสมใจแน่นอนค่ะ


ดูรายละเอียด

จากร้าน Whitebeautyskin

Next Page »