ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ หม้อน้ำรถยนต์

หม้อน้ำ (Radiator)
คืออุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน จากน้ำที่ไหลมาจากโพรงผนังเสื้อสูบ ก็จะเข้ามาสู่หม้อน้ำทางด้านบน จากนั้น ก็ไหลลงมาตามท่อน้ำในหม้อน้ำ ท่อน้ำเหล่านี้ จะเชื่อมติดกับครีบระบายความร้อน (รังผึ้ง) ซึ่งทำจากโลหะที่ถ่ายเท ความร้อนได้รวดเร็ว เมื่อน้ำที่มีอุณหภูมิสูงเหล่านี้ เคลื่อนตัวจากด้านบน ลงสู่ด้านล่าง ก็จะถ่ายเทความร้อนออกไป ให้ครีบระบายความร้อน ขณะเดียวกัน พัดลมหม้อน้ำ (Fan) ก็จะทำการหมุน เพื่อดูดอากาศที่อยู่ด้านหน้าหม้อน้ำ ผ่านครีบระบายความร้อนหม้อน้ำ ออกมาทางด้านหลัง เป็นการแลกเปลี่ยนความร้อน ไปเป็นอากาศ
เมื่อน้ำที่มีอุณหภูมิสูง ไหลลงสู่ด้านล่าง อุณหภูมิ ก็จะลดลงมาตามลำดับ บริเวณด้านล่างหม้อน้ำ จะมีท่อยางหม้อน้ำ ต่อไปสู่ทางเข้าผนังเสื้อสูบอีกที ทำให้น้ำที่มีอยู่ในระบบ ไหลเวียนไปมา ระหว่างโพรงผนังห้องเครื่อง กับหม้อน้ำได้อย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่วาล์วนี้ ยังคงเปิดอยู่

พัดลมหม้อน้ำ
พัดลมหม้อน้ำ (Fan) พัดลมหม้อน้ำ ทำหน้าที่ระบายความร้อน โดยจะพัดพอเอาความร้อนด้านหน้า หม้อน้ำ (Radiator) ผ่านครีบระบายความร้อน ออกมาทางด้านหลังหม้อน้ำ
พัดลมหม้อน้ำขับเคลื่อนด้วยแรงฉุดหมุน
สำหรับเครื่องยนต์ที่วางเครื่องตามแนวยาวของตัวรถ จะติดตั้งพัดลมหม้อน้ำ บนแกนเพลาเดียวกับเพลา ปั๊มพ์น้ำ (Water pump) และจะมีสายพาน คล้องยึดไว้ เพื่อรับแรงฉุดหมุนมาจาก พูลเล่ย์เพลาข้อเหวี่ยง (Crankshaft pulley)
พัดลมหม้อน้ำทำงานด้วยไฟฟ้า
เรียกสั้นๆ ว่าพัดลมไฟฟ้า โดยจะใช้มอเตอร์ในการหมุนใบพัด และต่อสวิตช์ร่วมกับสายไฟ ที่มาจากแบตเตอรี่ ในเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ การหมุนของมอเตอร์พัดลมไฟฟ้า จะถูกควบคุมโดยสวิตช์ความร้อน เช่น ในขณะที่สตาร์ท และอุ่นเครื่องอยู่ ความร้อนจากภายในโพรงน้ำ ยังไม่สามารถทำให้วาล์วน้ำเปิดออกได้ ซึ่งเป็นผลทำให้ เครื่องยนต์อุ่นตัวเร็วขึ้น เมื่อถึงจุดความร้อนประมาณ 89 ถึง 97 ?C พัดลมไฟฟ้า จะเริ่มทำงาน และจะหยุดทำงาน เมื่ออุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น ต่ำกว่านี้
ในเครื่องยนต์บางรุ่น ถูกออกแบบมา ให้พัดลมไฟฟ้า สามารถทำงานในระดับความเร็วที่แตกต่างกัน กล่าวคือ พัดลมไฟฟ้า จะมีระดับความเร็วมากกว่า 1 ระดับ เพื่อรองรับ กับระดับความร้อนที่แตกต่างกันอีกด้วย
ปั๊มน้ำ (Water pump)
ปั๊มน้ำ (Water pump) ปั๊มพ์น้ำ ทำหน้าที่ให้น้ำหล่อเย็นในระบบ เกิดการหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ตราบที่เครื่องยนต์ยังคงทำงานอยู่ โดยปกติ ปั๊มพ์น้ำ จะติดตั้งอยู่ที่ปลายด้านหน้าของเสื้อสูบ การทำงานของปัมพ์น้ำ จะได้รับแรงฉุดให้หมุน มาจากสายพานซึ่งคล้องไปกับ พูลเล่ย์เพลาข้อเหวี่ยง (Crankshaft pulley)
- ทองแดง ทนกว่า แต่ระบายความร้อนไม่ดีเท่า อะลูมิเนียมครับ แต่ถามว่ามีผลเวลาใช้หรือเปล่า ตอบได้เลยว่าไม่มี
- หม้อน้ำมิเนียม ถ้ารั่วกลางทาง ไม่มีร้านซ่อมเหมือนทองแดง พเราะซ่อมไม่ได้
- ข้อดีของหม้อน้ำทองแดงคือซ่อมง่าย ร้านทั่วๆไปทำได้ ราคาถูก แต่ทองแดงมีคุณสมบัติดูดความร้อนและอมความร้อนมากกว่าอลูมิเนียม
- หม้อน้ำทองแดงทนกว่า? เพราะฝาเป็นทองเหลือง รังผึ้งเป็นทองแดงเชื่อมติดด้วยตะกั่ว
- หม้อน้ำทองแดงกับอลูมิเนียมมันต่างกันตรงไหนในเมื่ออุณภูมิเท่ากัน?
แล้วมีผลอย่างไร? ในเมื่อยังไงก็สามารถทำให้อุณภูมิลดลงได้ปกติ
เคยได้ยินมั๊ยที่ว่า ซัดยาวๆใช้รอบสูงนานๆแล้วความร้อนขึ้น? นี่แหละสิ่งที่หม้อน้ำทองแดงสู้หม้อน้ำอลูมิเนียมไม่ได้
- น้ำยาหม้อน้ำ มันก็มีหมดอายุนะ พอหมดแล้วมันก็จะกลายเป็นตะกอน ตะกรัน ไปเกาะตามช่องทางเดินน้ำต่างๆ หรือ ประสิทธิภาพในการป้องกันการกัดกร่อน ก็หมดไป นานวันเข้า ถ้าไม่มีการเปลี่ยนถ่าย ผลก็คือ หม้อน้ำทะลุ หม้อน้ำตัน
- หม้อน้ำที่ว่าทองเหลือง จะเป็นแค่ฝาบนกับล่างเท่านั้นที่เป็นทองเหลือง ส่วนแผงรังผึ้งจะเป็นทองแดงอะครับ ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดคือทองแดง สามารถเป็นตัวนำความร้อนได้ดีกว่าอลูมิเนียมอะครับ แต่ที่หม้อน้ำอลูมิเนียมระบายความร้อนได้ดีกว่าทองแดงเพราะรังผึ่งทองแดงต้องใช้ตะกั่วในการเชื่อม ซึ่งตะกั่วเป็นตัวนำความร้อนที่ไม่ดีจึงเป็นตัวขัดกั้นไม่ให้ความร้อนส่งผ่านไปยังครีบทองแดงได้สะดวก แถมฝาบนล่างยังเป็นทองเหลืองอีก ยิ่งแย่ไปใหญ่ ผิดกับรังผึ่งอลูมิเนียมถึงจะนำความร้อนได้ช้ากว่าทองแดงแต่ รังผึ่งเป็นชิ้นเดียววัสดุเดียวกันทำให้การถ่ายแทสม่ำเสมอไม่มีอะไรมากั้น ความร้อนจึงระบายออกมาได้ดีกว่า
-ทองแดงรั่วก็อุดปะได้ แต่แบบอลูมิเนียมฝาบนล่างเป็นไฟเบอร์ (หรือที่ชาวบ้านเรียกกัน พลาสติก)
ดูรายละเอียด
จากร้าน weautoshop.com
weautoshop.com