ย้อนอดีต เครื่องปั้น – ผ้า – โลหะ Accessory แบบไทย ๆ
ย้อนอดีตเครื่องปั้น-ผ้า-โลหะ Accessory แบบไทย ๆ
|
เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์
เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ คลอง 5 จ.ปทุมธานี
|
จากนั้น ใน สมัยอยุธยา ไทยเราได้รับอิทธิพลมาจากจีนเป็น เครื่องเบญจรงค์ ที่ใช้ดินเนื้อละเอียดมาก มีความสวยงามด้วยสีทองที่ตัดเส้นลวดลายซึ่งเกิดจากเทคนิคการเผาในสมัยนั้น แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ ชิ้นงานที่น่าสนใจที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น เครื่องปั้นดินเผา บ้านเชียง ที่แสดงให้เห็นถึงอารยธรรมไทย ยุคโบราณ
� เมื่อปีพ.ศ.2509 นายสตีเฟน ยัง ชาวอเมริกัน ได้ค้นพบเครื่องปั้นดินเผาจาก แหล่งโบราณคดี บ้านเชียง จ.อุดรธานี จากการศึกษาพบว่า เครื่องปั้นดินเผา ที่พบทำขึ้นเพื่อใช้ในพิธีกรรมการฝังศพ ซึ่งฝังรวมไปกับเครื่องประดับร่างกายที่ใช้ตกแต่งให้ผู้ตาย เป็นความเชื่อของคนในสมัยนั้นเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายและโลกหน้า
� ภาชนะ ดินเผา ที่พบส่วนใหญ่เป็น เนื้อดินธรรมดา (Earthenware) ขึ้นรูปด้วยมือ ใช้ไม้ตีผิวนอกตามต้องการแล้วใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “หินดุ” ตีด้านในภาชนะ ทำให้ได้ภาชนะที่มีก้นกลมมน มี การตกแต่ง ลายด้วยหลายวิธี เช่น ขูดขีด, ทาบเชือก, กดประทับลายและเขียนลายด้วยสีแดง (ได้จากดินแดงที่มีแร่เหล็กผสมยางไม้หรือไขสัตว์ทำให้สีติดทน)
|
จากนั้นเราจะไปสำรวจประวัติศาสตร์ของ สิ่งทอ กันต่อ การทำผ้าของไทยเกิดขึ้นครั้งแรกประมาณ 5,000-3,000 ปีมาแล้ว หลักฐานสำคัญคือการพบ เศษผ้า ติดอยู่ที่กำไรสำริด สมัยบ้านเชียง ผ้าในสมัยแรกเป็นประเภท ถัก ผ้าผืนแรกในเมืองไทยเป็นผ้าที่เกิดจากการใช้ เส้นใยจากปอ มาขัดสานกันให้เกิดเป็นตาข่ายโล่ง ๆ ใช้สำหรับปกปิดร่างกาย
� ต่อจากนั้นจึงมีการนำฝ้าย, ไหม และ ขนสัตว์ มาทำ เส้นใย แล้วทอให้เรียงเส้นจนเรียกว่า “ผ้า” ยุคต่อมา ๆ เริ่มมีการพัฒนาขึ้นด้วย การประดิษฐ์ กี่เพื่อใช้สำหรับ ทอผ้า กี่ทอผ้าของไทยเริ่มต้นจากกี่เอวจนมาเป็นกี่ทอแบบ พื้นบ้าน และ กี่กระตุก เทคนิคการทอ และ สิ่งทอ ได้พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึง การออกแบบ ผ้าที่ใช้เทคนิคต่าง ๆ มากมาย
� หลักฐานสำคัญที่แสดงถึงวิวัฒนาการ การผลิต เ ส้นใย เพื่อถักทอเป็นผืนผ้าคือ แวดินเผา ซึ่งเป็น เครื่องมือปั่นฝ้าย ยุคแรกของไทย ค้นพบจาก แหล่งโบราณคดี บ้านเชียง มีลักษณะเป็นแผ่นกลม ขนาดเท่าหัวแม่มือ มีไม้เสียบตรงกลางสำหรับปั่น เส้นใย จากปุยฝ้ายให้เป็นเกลียว แล้วไปพันกับปลายไม้ที่มีเงี่ยงสำหรับเกี่ยวและพันปุยฝ้าย
|
ในขณะที่หลักฐานสำคัญของ วิวัฒนาการ การพิมพ์ ลวดลาย ลงบนผืนผ้านั้นคือการค้นพบ ลูกกลิ้งดินเผา นั่นเอง สันนิษฐานว่าใช้พิมพ์ลวดลายบนผ้าโดยใช้สีจากยางไม้, ดินและหินทาบลูกกลิ้ง แล้วกลิ้งลงบนผ้า ทำให้เกิดลายต่อเนื่อง การกลิ้งสีแบบนี้อาจจะเป็น ต้นแบบ ของการพิมพ์ลวดลายและ การเขียนลาย บนผ้าในสมัยต่อมาด้วย
� และเพื่อให้สีสันของ เส้นใย สวยงาม คนไทยรู้จักใช้ วัตถุดิบจากธรรมชาติ มาทำเป็นสีย้อมนับพันปีแล้ว สีเหล่านี้ได้มา จากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดิน, หิน, แร่และส่วนต่าง ๆ ของพืชรวมถึงสัตว์ด้วย เช่น สีแดงจากมูลของตัวครั่งซึ่งเป็นแมลงชนิดหนึ่ง, จากแก่นยอป่า ไม้ฝาง สีคราม จากการหมัก ต้นคราม สีดำจากผล มะกรูด และลูกสมอ ฯลฯ
� ปิดท้ายกันที่ง านโลหกรรม เกิดขึ้นครั้งแรกสมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 7,000 ปีมาแล้ว เริ่มมีการใช้ โลหะสำริด (ทองแดงผสมกับดีบุก) ที่น่าแปลกใจก็คือมนุษย์ในสมัยนั้นรู้จักแร่ทองแดงและดีบุกแล้ว แถมยังสามารถสกัดออกมา จากธรรมชาติ แล้วเรียนรู้ที่จะผสมโลหะทั้ง 2 ชนิดเข้ากันได้อย่างกลมกลืนด้วย
|
ต่อมาในสมัยสุโขทัยมี การหล่อ พระพุทธรูป องค์ใหญ่ที่แสนงดงาม จนอาจจะกล่าวได้ว่าเป็น พระพุทธรูป ที่สวยที่สุดในโลก งานโลหกรรม ได้พัฒนาขึ้นในยุคต่อ ๆ มา มีการทำ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับ และประติมากรรมต่าง ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์ รวมถึง ภูมิปัญญาไทย อันเป็นมรดกของชาติอีกด้วย
� งานโลหกรรม แบบ ภูมิปัญญาไทย สมัยโบราณ ที่ปัจจุบันยังมี การผลิตอย่างต่อเนื่องคือ ขันลงหิน หรือ ขันบุ เป็น ภูมิปัญญา ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ปัจจุบันผลิตเป็น แหล่งใหญ่ ที่บ้านบุ ฝั่งธนบุรี ขันลงหินนี้ทำจากสำริด ตีแผ่ขึ้นรูปเป็นภาชนะเรียกว่า การบุ และใช้หินเป็นก้อนในการขัดเงาจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เครื่องทองลงหิน”
� จะเห็นได้ว่า งานศิลปะ อันเกี่ยวเนื่องกับเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง เครื่องปั้น – ผ้า – โลหกรรม เหล่านี้ เป็น ภูมิปัญญา ที่น่าทึ่งของบรรพบุรุษไทยที่สืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ ก็อยู่ที่คนรุ่นใหม่อย่างเรา ๆ กันแล้วล่ะว่าจะส่งต่อ มรดกแสนล้ำค่ า นี้ไปสู่ลูกหลานได้มากมายเพียงใด?
|
ที่มา� เว็บไซต์ Home and i






การพบปะสังสรรค์ในวันสบายๆ กับญาติสนิทและเพื่อนฝูงถือเป็นส่วนหนึ่งของ ไลฟ์สไตล์ คนรุ่นใหม่ รูปแบบการจัดปาร์ตี้ในบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้หลายคนได้อิ่มเอมกันกับความสุข